คอลลาเจนเปปไทด์ 250,000mg ตรา ยามิโตะ (Collagen Peptide by Llamito)

490.00 ฿

หมวดหมู่: ป้ายกำกับ: ,

รายละเอียด

คอลลาเจนเป็ปไทด์ เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบมากในร่างกายของเรา มีหน้าที่ในการเสริมสร้างความยืดหยุ่น (elasticity) ความอ่อนตัว (flexibility) และความแข็งแรง (strength) ของผิวหนัง เอ็นยึดข้อ เอ็นยึดกระดูก กระจกตา กระดูกอ่อน กระดูก หลอดเลือดและอื่นๆ

คอลลาเจนเป็ปไทด์ เป็นสิ่งที่ได้จากการทำปฏิกิริยาของเจลาติน ซึ่งเป็นสารอาหารที่สกัดได้จากสัตว์ ทำปฏิกิริยากับน้ำโดยใช้เอ็นไซม์ คอลลาเจนเป็ปไทด์จึงมีชื่อเรียกว่า hydrolysed gelatin หรือ collagen hydrolysate มีคุณสมบัติในการละลายน้ำได้ดีและร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ง่ายกว่าเจลาติน

การบริโภคคอลลาเจนเป็ปไทด์ส่งผลดีต่อสุขภาพและความงามของมนุษย์ เพราะคอลลาเจนคือโปรตีน ที่มีจำนวนมากที่สุดในร่างกายของมนุษย์ คอลลาเจน เป็นโปรตีนที่พบอยู่ในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (connective tissue) นับเป็น 25-30% ของจำนวนโปรตีนทั้งหมดในร่างกาย ในทางอุตสาหกรรม เราสกัดเจลาตินจากแหล่งที่อุดมไปด้วยคอลลาเจน เช่น ที่ผิวหนังและกระดูกของสัตว์ และใช้กระบวนการทางเคมีและชีวเคมีโดยใช้กรด ด่าง หรือเอ็นไซม์ ได้เป็นกรดอะมิโนชนิดต่างๆออกมา เจลาตินไม่เพียงสกัดออกมาจากสัตว์ เช่น วัวหรือสุกร เท่านั้น เรายังสามารถสกัดเจลาตินจากปลา ข้อดีของเจลาตินจากปลาคือมีคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีคล้ายๆกับเจลาตินจากสัตว์บก แต่จะไม่ขัดต่อข้อห้ามของบางศาสนา

ในเจลาตินจะมีกรดอะมิโนจำเป็นที่ชื่อว่าไกลซีน (Glycine) เป็นส่วนประกอบพื้นฐาน เจลาตินจากปลาจะมีกรดอะมิโนอื่นๆอีกหลายชนิดและมีปริมาณแตกต่างกัน แต่มีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายอยู่ถึง 8 ชนิดจากทั้งหมด 9 ขนิด เจลาตินถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างแพร่หลายในการทำอาหารและเครื่องสำอางหรืออื่นๆ เช่น เป็นสารเพิ่มความหนืด ทำให้คงรูป สารลดแรงตึงผิว และสารทำให้เกิดฟอง ปลอดภัยต่อผู้บริโภค เจลาตินและคอลลาเจนเป็ปไทด์ถูกนำไปใช้ทางโภขนาการและเครื่องสำอางเนื่องจากมีความปลอดภัยสูง โดยได้รับการยืนยันจากองค์การอนามัยโลกและคณะกรรมาธิการคุ้มครองสุขภาพและผู้บริโภคแห่งยุโรปในปี 1975 ดีต่อสุขภาพและความงาม มีการรายงานว่าการบริโภคคอลลาเจนเป็ปไทด์เป็นอาหารเสริมช่วยส่งเสริมสุขภาพและความงาม ในผิวหนังมนุษย์มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลัก เส้นใยคอลลาเจนทำให้ผิวหนังมีโครงสร้างที่ดี มีความยืดหยุ่น และช่วยให้ผิวหนังทนทานต่อการยืดตัว คอลลาเจนเป็ปไทด์ที่ถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือดจะช่วยกระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ทำให้เกิดการสังเคราะห์คอลลาเจนขึ้นมาใหม่เสมอๆ คอลลาเจนเป็ปไทด์ มีส่วนช่วยในการชะลอวัย การเสื่อมสภาพของผิวหนังตามวัยที่มากขึ้นเกิดจากการเสื่อมสลายขององค์ประกอบโครงสร้างเช่นคอลลาเจนและอิลาสตินและการสูญเสียน้ำ

พบว่าการบริโภคคอลลาเจนเป็ปไทด์เป็นเวลา 4 สัปดาห์จะช่วยยับยั้งการผลิตเอ็นไซม์ที่ใช้ในการสลายเนื่อเยื่อส่วนนอกของเซลล์รวมถึงคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ลดการเสื่อมสภาพของผิว และถ้าบริโภคต่อเนื่องเป็นเวลา 8 สัปดาห์ จะช่วยลดการเกิดริ้วรอยรอบดวงตา ปกป้องผิวหนังและเส้นผม การศึกษาผลของคอลลาเจนเป็ปไทด์ที่มีต่อการเสื่อมสภาพของผิวหนังพบว่า การรับประทานคอลลาเจนเป็ปไทด์จากปลาขนาด 2-5 KDa เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ทำให้ผิวหนังมีความชุ่มชื้นมากขึ้นถึง 12% และเมื่อรับประทานติดต่อกันมากกว่า 12 สัปดาห์ จะช่วยทำให้โครงสร้างของคอลลาเจนในผิวหนังมีสภาพที่ดีขึ้น

คอลลาเจนเป็ปไทด์ช่วยปกป้องผิวหนังและเส้นผม คอลลาเจนเป็ปไทด์ขนาด 0.6-12 kDa สามารถดูดซึมเข้าสู่ส่วนที่มีเคราตินเป็นองค์ประกอบเช่นผิวหนังและเส้นผม ช่วยปกป้องผิวหนังและทำให้ผิวหนังชุ่มชื้นมากขึ้น ในเส้นผม คอลลาเจนเป็ปไทด์ขนาด 1-3 KDa สามารถแทรกซึมเข้าไปในเซลล์เส้นผมได้ เมื่อนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ตกแต่งผม ก็จะช่วยปกป้องเส้นผมจากสารเคมีได้ดี ดีต่อระบบกล้ามเนื้อและกระดูก คอลลาเจนเป็ปไทด์ มีผลในเชิงบวกต่อ ความอ่อนตัวของเส้นเอ็นยึดข้อ ความแข็งแรงของเอ็นยึดกระดูก กล้ามเนื้อ ความสมบูรณ์และเมตาบอลิซึ่มของกระดูก เพราะเนื้อเยื่อด้านนอกของเส้นเอ็นต่างๆ มีเส้นใยคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบมากถึง 70-80% ดังนั้น ยิ่งเรามีปริมาณคอลลาเจนมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะช่วยให้ระบบกล้ามเนื้อและกระดูกมีความอ่อนตัวและแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น

การบริโภคคอลลาเจนเป็ปไทด์ช่วยเพิ่มปริมาณคอลลาเจน Type 1 และ Type 3 ในเซลล์ไฟโบรบลาสต์ในเส้นเอ็นและช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพของเส้นเอ็นต่างๆด้วย

คอลลาเจน Type 1 มีบทบาทสำคัญในเนื้อเยื่อกระดูก นอกจากให้ความยืดหยุ่นและทำให้กระดูกมีโครงสร้างที่ดีแล้ว มันยังเป็นตัวการสำคัญ ในการดูดซึมแร่ธาตุและเมตาบอลิซึ่มของกระดูกด้วย มีการทดลองในสัตว์ พบว่าการได้รับคอลลาเจนเป็ปไทด์ในปริมาณสูงจะเพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูกและการดูดซึมแร่ธาตุของกระดูก คอลลาเจนเป็ปไทด์จากปลามีผลต่อการเพิ่มการแสดงออกของยีนของเอ็นไซม์ที่ใช้ในการสร้างคอลลาเจน ทำให้มีการสังเคราะห์คอลลาเจนมากขึ้น ส่งผลบวกต่อคุณภาพของคอลลาเจนและการดูดซึมแร่ธาตุของเซลล์ออสทีโอบลาสต์ซึ่งเป็นเซลล์ที่ใช้ในการสร้างกระดูก

Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial